สหรัฐฯ-อิหร่านปะทะทางทหารโดยตรง ช่องแคบฮอร์มุซปิด น้ำมันพุ่ง ตลาดเอเชียปรับตัวลง

สหรัฐอเมริกาและอิหร่านเข้าสู่การปะทะทางทหารโดยตรงครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นในเดือนกุมภาพันธ์ หลังอิหร่านยิงโดรนโจมตีเฮลิคอปเตอร์ Apache ของกองทัพสหรัฐฯ เหนือช่องแคบฮอร์มุซ วอชิงตันตอบโต้ด้วยการโจมตีแม่นยำสามระลอกต่อระบบป้องกันทางอากาศและเรดาร์ของอิหร่าน ก่อนที่เตหะรานจะเปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในบาห์เรน คูเวต และจอร์แดนพร้อมกัน โดย IRGC อ้างว่าโจมตีเป้าหมาย 21 จุด รวมถึงโรงเก็บเครื่องบิน F-35 ที่ Al-Azraq
ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นราว 1% ในช่วงเช้าของเอเชีย แต่การเคลื่อนไหวยังถูกจำกัด สะท้อนว่าตลาดอยู่ในโหมดรอดูสถานการณ์ ขณะที่สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่แปด ลดลง 9.12 ล้านบาร์เรลตามข้อมูล API โดยตัวเลขทางการจาก EIA จะประกาศในวันพุธ
ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ ดัชนีราคาผู้ผลิตญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคมพุ่งขึ้น 6.3% เมื่อเทียบรายปี สูงสุดนับตั้งแต่มีนาคม 2566 ขณะที่ราคานำเข้าในสกุลเงินเยนพุ่งขึ้น 25.5% สูงสุดนับตั้งแต่พฤศจิกายน 2565 ส่วนจีน ราคาผู้ผลิตเดือนพฤษภาคมสูงขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบเกือบสี่ปี ขณะที่เงินเฟ้อผู้บริโภคชะลอตัวเกินคาด สะท้อนแรงกดดันต้นทุนที่ยังไม่ส่งผ่านไปยังผู้บริโภค ตลาดหุ้นภูมิภาคปรับตัวลงจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบแคบเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง
— รัฐกาล สุวรรณภักดี