นักวิเคราะห์ 15 สำนักจับตา CPI สหรัฐฯ เดือนพ.ค. ชี้ข้อมูลร้อนแรงอาจปิดประตูเฟดคงดอกเบี้ย

ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งกำหนดเปิดเผยในวันพุธเวลา 08.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดในฐานะตัวเลขเงินเฟ้อชุดสำคัญสุดท้ายก่อนที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) จะมีมติในวันที่ 17 มิถุนายนนี้
ตลาดการเงินได้ปรับสถานะอย่างรวดเร็ว โดยข้อมูลจาก LSEG ระบุว่าตลาดเงินให้ความน่าจะเป็นสูงถึง 98% ต่อการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 25 basis point ภายในเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นการพลิกทิศทางอย่างสิ้นเชิงจากต้นปีที่ตลาดยังคาดการณ์ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย แรงกดดันดังกล่าวทวีความรุนแรงขึ้นหลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Payrolls) เดือนพฤษภาคมออกมาสูงกว่าคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ข้อโต้แย้งเรื่องตลาดแรงงานอ่อนแอที่เคยสนับสนุนการลดดอกเบี้ยสิ้นผลไปโดยปริยาย
ประเด็นที่นักวิเคราะห์ให้ความสำคัญมากที่สุดในรายงาน CPI ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงตัวเลขพาดหัว แต่คือการประเมินว่าราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านและการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซ กำลังส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในหมวดอื่นๆ มากน้อยเพียงใด นักวิเคราะห์จาก AJ Bell ระบุว่าหาก CPI ออกมาร้อนแรงกว่าคาด จะทำให้ผู้กำหนดนโยบายแทบไม่มีเหตุผลที่น่าเชื่อถือในการต้านทานแรงกดดันให้ขึ้นดอกเบี้ยต่อไป เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงอยู่เหนือเป้าหมาย 2% ของเฟดอย่างต่อเนื่อง
ในวันพฤหัสบดี ตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) จะเพิ่มมิติการวิเคราะห์อีกชั้น โดยแรงกดดันในห่วงโซ่การผลิตมักเป็นสัญญาณนำของทิศทางเงินเฟ้อในระดับผู้บริโภคในช่วงเดือนถัดไป
บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน การเทรดมีความเสี่ยง
— โดย ศิวัช รวงเหตุ